Home / project / THAI CLEFT LINK

THAI CLEFT LINK

ศูนย์แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ มูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ ฯ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้จัดทำ Mobile Application เพื่อดำเนินงานการบริหารจัดการวางแผนการรักษา โดยการเก็บรวบรวมข้อมูล การจัดเก็บ การนำเข้า การตรวจสอบ การแก้ไขข้อมูล เพื่อการวิเคราะห์วางแผนการรักษาโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ โดยพัฒนาระบบแผนการรักษาสำหรับผู้มีภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Mobile Application) ซึ่งเป็น Application ที่สามารถคาดการณ์การรักษาของผู้ป่วยได้เมื่อกรอกรายละเอียดของผู้ป่วย เช่น การวินิจฉัยโรค อายุ และหัตถการ รวมถึงการรักษาที่เคยได้รับการรักษามาแล้ว

รายละเอียดโครงการ

ส่วนงานที่ 1 Android Mobile Application ได้ถูกพัฒนาโดยใช้เครื่องมือ Angular JS ซึ่งถูกใช้งานสำหรับส่วนการแสดงผลในหน้า UI ที่ถูกใช้งานโดยหมอและพยาบาล เพื่อทำการบันทึกข้อมูลผู้ป่วยและการวิเคราะห์วางแผนการรักษาโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์

ส่วนที่ 2 Web Service พัฒนาโดยใช้เครื่องมือ Laravel Framework ซึ่งมีหน้าแสดงผลสำหรับผู้ใช้งานที่ได้รับสิทธิ Admin ใช้สำหรับการจัดการข้อมูลผู้ใช้งานและเพื่อเชื่อมต่อกับส่วนที่ 3 Web Service Treatment Guidelines ที่สามารถคาดการณ์การรักษาของผู้ป่วยได้เมื่อกรอกรายละเอียดของผู้ป่วย เช่น การวินิจฉัยโรค อายุ และหัตถการ รวมถึงการรักษาที่เคยได้รับการรักษามาแล้วและบันทึกข้อมูลลงในฐานข้อมูลที่ปลอดภัย ทั้งสามารถจัดเก็บและเรียกคืนกรณีที่เกิดปัญหาต่างๆ เช่น การโจมตี

หากคุณนำ Laravel มาใช้ร่วมกับ Angular ในการพัฒนาเว็บแอป (รวมถึง Mobile Web App หรือ PWA) จะได้ประโยชน์หลายอย่างจากการแยกหน้าที่ของระบบฝั่ง Frontend และ Backend อย่างชัดเจน ซึ่งแนวทางนี้เป็นที่นิยมมากในระบบขนาดกลางถึงใหญ่


✅ ข้อดีของการใช้ Laravel + Angular ร่วมกัน


1. แยกการทำงานแบบ Full-Stack (Frontend-Backend)

  • Angular จะดูแล Frontend (UI/UX, Routing, Logic ฝั่ง Client)
  • Laravel จะทำหน้าที่ Backend API (RESTful API หรือ GraphQL API)
  • แยกการทำงานทำให้แต่ละฝั่งสามารถพัฒนาและปรับปรุงแยกกันได้ง่ายขึ้น

2. ความปลอดภัยสูงด้วย Laravel

  • Laravel มีระบบความปลอดภัยที่ดี เช่น CSRF Protection, Authentication, Middleware
  • หากใช้ร่วมกับ Sanctum หรือ Passport, สามารถจัดการ Token Authentication ได้ดีมาก (เช่น สำหรับ JWT หรือ API Token)

3. ใช้ Laravel เป็น API Server

  • คุณสามารถสร้าง Laravel API ที่ Angular เรียกใช้ได้ เช่น: bashCopyEditRoute::get('/api/users', [UserController::class, 'index']);
  • Angular จะใช้ HttpClient ทำ API request ไปยัง Laravel เพื่อรับหรือส่งข้อมูล

4. ทำ Frontend Mobile-Friendly ได้ด้วย Angular

  • Angular ทำ UI สำหรับมือถือได้ดีมาก โดยใช้ Component Libraries เช่น Angular Material, Ionic, Tailwind CSS
  • รองรับ PWA ได้ ทำให้สามารถติดตั้งเหมือน Mobile App ได้แม้พัฒนาด้วย Web

5. ทดสอบง่ายและมีเครื่องมือครบ

  • Laravel มีระบบ Unit Test และ Feature Test ฝั่ง Backend
  • Angular มีระบบ Unit Test (Jasmine + Karma) และ E2E test (Protractor หรือ Cypress)
  • ช่วยให้สามารถเขียน test ครบทั้งระบบได้ง่าย

6. รองรับการ Deploy และ Scaling ได้ดี

  • Angular สร้างเป็น static files (ng build) ที่สามารถ deploy ไปยัง CDN หรือ Web Server ใดก็ได้
  • Laravel รันเป็น API Server แยกต่างหาก และสามารถ scale ตาม Load ได้ เช่น บน Laravel Forge, Docker, หรือ Cloud Platform

แนวทางการทำงานโดยสรุป

ส่วนประกอบเครื่องมือบทบาท
Frontend (UI)Angularแสดงผล, ดึงข้อมูล, UX
Backend (API)Laravelจัดการข้อมูล, Auth, Logic
DBMySQL / PostgreSQLจัดเก็บข้อมูล
Auth TokenLaravel Sanctum / Passportจัดการ Token Login
DeployAngular → CDN / Laravel → VPSแยก deploy ได้

แกลลอรี่